ทนายชื่อดังพร้อมด้วยเจ้าของอาคารย่านสวนมะลิ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พร้อมทั้งเสนอให้รื้อตึกที่ก่อสร้างผิดแบบทั้ง 33 คูหาด้วย

หลังจากทางสำนักงานเขตฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามารื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมในชั้น5 และชั้น6 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 แต่ในครั้งนั้นทางคุณสมชาย และคุณเพ็ชรรัตน์ ได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิจารณาจากศาลปกครอง จึงทำให้เจ้าหน้าที่ได้เลื่อนการรื้อถอนในวันดังกล่าวยืดระยะเวาออกไป ก่อนที่ทนายอนันต์ชัย จะพาทั้งคู่มายื่นหนังสือในวันนี้
โดยทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ทางคุณสมชาย และคุณเพ็ชรรัตน์ ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากตนเองให้เข้ามาช่วยในเรื่องคดี หลังจากอาคารแห่งนี้มีข้อพิพาทกันระหว่างเจ้าของเก่า และเพื่อนบ้าน ในปี2542 โดยอาคารแห่งนี้ทั้งคู่ได้ซื้อจากเจ้าของเดิม ซึ่งในขณะนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว


โดยทั้งคู่ไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าอาคารที่ซื้อมานั้นมีคดีพิพาทกับคู่กรณีที่อยู่ข้างกัน โดยอาคารหลังดังกล่าวได้สร้างขึ้นเมื่อปี 2507 มีความสูง 6 ชั้น จำนวน 33 คูหา แต่ในแบบพิมพ์เขียวที่ยื่นให้ทางเขตตรวจนั้น มีแค่ 4 ชั้นเท่านั้น แต่เจ้าของเดิมที่สร้างอาคารนี้ ได้ต่อเติมผิดแบบตั้งแต่ปีดังกล่าว ก่อนที่คุณลุงสมชาย และคุณป้าเพ็ชรรัตน์ จะซื้อมาต่อในปี2548 จำนวน 4 คูหา ในอาคารเลขที่ 32 ,34 ,36 และ38 โดยทั้งคู่ไม่ได้ต่อเติมอาคารจากของเดิมเลย และเมื่อตรวจสอบจากภาพถ่ายทางอากาศก็แสดงให้เห็นว่าอาคารแห่งนี้ มีความสูงเท่ากันตลอดแนวทั้งหมด ซึ่งทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2479 ตามมาตรา 6 และมาตรา7(2) โดยเจ้าของเดิมไม่ได้ขออนุญาตดัดแปลง หรือต่อเติมอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่อย่างใด








ขณะที่ คุณสมชาย และคุณเพ็ชรรัตน์ ได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้อำนวยการเขตฯ ที่ได้ล่วงเกินในสิ่งที่ผ่านมา และหลังจากนี้จะมอบอำนาจให้ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เป็นทนายความในการต่อสู้ทางคดี โดยจะทำหนังสือไปยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด ภายในสัปดาห์นี้ต่อไป




