รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงผลสำเร็จโครงการ Quick Wins “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” เฟส 2 หนุนผู้สูงวัยสู่สังคมเรียนรู้ตลอดชีวิต ครอบคลุมจ้างงาน สร้างอาชีพและรายได้
ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงผลสำเร็จโครงการ Quick Wins “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ปีที่ผ่านมา พร้อมผลักดันโครงการสู่เฟส 2 ให้ผู้สูงวัยใช้พลังขับเคลื่อนประเทศด้านต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมจัดเสวนา Forum Talk ให้เหล่าไอดอลวัยเก๋า เข้ารับโล่บุคคลวัยเกษียณ พร้อมตีแผ่แง่คิดการใช้ชีวิตอย่างมีพลัง โดยมี รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ และโฆษกกระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเข้าร่วม ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม




โดยกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีความรู้ ความคิด และประสบการณ์ชีวิต ถ้าเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ จะเกิดความลงตัวในหลากหลายด้าน ทั้งการเกิดทักษะใหม่ มีการปรับรูปแบบกระบวนการคิดและวิธีการใช้ชีวิตต่าง ๆ ซึ่งเราอยากเห็นความสุขเกิดขึ้นในทุก ๆ ช่วงวัย สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ โดย อว.มุ่งมั่นผลักดันให้โครงการ “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” เป็นวาระแห่งชาติ เป็นโครงการที่มีทั้งความสนุก และความรู้ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ให้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นเป็นคนสูงวัยที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่การใช้ชีวิตและช่วยเหลือสังคมในวัยเกษียณได้อย่างมีพลัง
รมว.อว. กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ วช.สร้างกลไกการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย โดยสนับสนุนทุนวิจัยและขับเคลื่อนผลงานวิจัยพร้อมใช้ ในประเด็นเรื่อง “การเปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” : ผู้สูงวัยมีทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อเปิดโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้วัยเกษียณหรือสูงอายุเข้าสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้เห็นผลสำเร็จโดยเร็ว ครอบคลุมการจ้างงาน การสร้างความรู้ภาคเกษตรสมัยใหม่ เสริมทักษะการดำรงชีวิตและอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่เหมาะสมกับศักยภาพ การป้องกันโรค สร้างเสริมและฟื้นฟูสุขภาพกายใจ พร้อมจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตร รวมทั้ง การเตรียมหลักประกันทางสังคมที่สอดคล้องกับความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต โดยมีสถาบันการศึกษาร่วมดำเนินการ จำนวน 10 สถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์














